
ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เจอโรม พาวเวลล์ กล่าวในสุนทรพจน์ว่าการควบคุมเงินเฟด อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้สูงกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ท่าทีสายเหยี่ยวนี้ทำให้ตลาดการเงินผันผวนอย่างรุนแรง Bitcoin ร่วงลงกว่า 10% ในวันเดียว หลุดระดับ 17,000 ดอลลาร์
พาวเวลล์เน้นย้ำว่า แม้เงินเฟ้อจะชะลอลงแต่ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% อยู่มาก เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้สูงกว่าที่คาดและคงไว้ในระดับนั้นเป็นระยะเวลาหนึ่ง หมายความว่าเฟดจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยและรักษานโยบายดอกเบี้ยสูงต่อไป
นักวิเคราะห์ชี้ สุนทรพจน์ของพาวเวลล์ทำให้ตลาดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยแรงขึ้นอีก สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยสูงจะเพิ่มต้นทุนโอกาสของนักลงทุน กดมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยง Bitcoin ในฐานะการลงทุนทางเลือกจึงถูกเทขายเป็นกลุ่มแรกๆ
ขณะเดียวกัน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ พุ่งขึ้นหลังพาวเวลล์กล่าวสุนทรพจน์ เพิ่มแรงกดดันต่อคริปโตโดยรวม โดยภาพรวม ท่าทีสายเหยี่ยวของพาวเวลล์สร้างความวิตกกังวลต่อเศรษฐกิจถดถอย นักลงทุนหนีจากสินทรัพย์เสี่ยงไปหาที่หลบภัย
รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมปรับนโยบายเก็บภาษีรายได้จากการซื้อขายคริปโต โดยจะเก็บภาษีในอัตราเดียว 20% ไม่ว่ามูลค่าการซื้อขายจะมากหรือน้อย ให้เทียบเท่าหุ้นและกองทุนรวม การปรับนี้หวังลดภาระภาษีของนักลงทุนและกระตุ้นตลาดภายในประเทศ
ปัจจุบัน ญี่ปุ่นใช้การเก็บภาษีแบบรวมรายได้จากคริปโตกับรายได้ประเภทอื่น ใช้อัตราก้าวหน้า สูงสุดถึง 55% ซึ่งถูกมองว่าขัดขวางการพัฒนาตลาดคริปโตญี่ปุ่น
นโยบายใหม่จะเปลี่ยนมาเก็บแยกต่างหาก ไม่รวมกับเงินเดือนหรือรายได้จากธุรกิจ แต่เก็บเฉพาะ 20% คาดจะบรรจุในแนวนโยบายปฏิรูปภาษีปี 2026
นักวิเคราะห์ชี้ การเปลี่ยนแปลงนี้จะลดภาระภาษีของนักลงทุนอย่างมาก ดึงดูดเงินทุนเข้าสู่ตลาดคริปโตญี่ปุ่น และการใช้อัตราเดียว 20% ยังช่วยให้กระบวนการเสียภาษีง่ายขึ้น ลดภาระนักลงทุน
ที่น่าสนใจคือ เมื่อปฏิรูปภาษีเดินหน้า คาดว่าญี่ปุ่นจะปลดล็อกกองทุนรวมที่มีองค์ประกอบคริปโต เปิดโอกาสให้สถาบันลงทุนในคริปโตมากขึ้น
ตามรายงานของบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ AhnLab พบว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือ “Lazarus” มีความเคลื่อนไหวสูงสุดในรอบปีที่ผ่านมา โดยพุ่งเป้าการโจมตีแบบฟิชชิ่งเจาะจง เช่น แฝงตัวเป็นอีเมลเชิญบรรยาย หรือสัมภาษณ์ เพื่อหลอกให้เป้าหมายเปิดเอกสาร
รายงานระบุ Lazarus ถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีครั้งใหญ่หลายครั้ง เช่น เหตุการณ์ By ถูกแฮ็กเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ปีนี้ รวมถึงการแฮ็กตลาด Up ของเกาหลีใต้มูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์เมื่อเร็วๆ นี้
ที่น่าจับตาคือ การนำ AI มาใช้จะทำให้สร้างอีเมลฟิชชิ่ง หน้าเว็บไซต์ปลอม และเนื้อหาปลอมลึกได้สมจริงยิ่งขึ้น ทำให้ภัยคุกคามซับซ้อนขึ้นในอนาคต
นักวิเคราะห์ชี้ จุดประสงค์หลักของการยกระดับการโจมตี คือ เพื่อขโมยทรัพย์สินคริปโต เนื่องจากแพลตฟอร์มซื้อขายและกระเป๋าคริปโตมีผู้ใช้ที่มีสินทรัพย์สูงจำนวนมาก เป็นเป้าหมายหลักของแฮ็กเกอร์
AhnLab แนะนำให้องค์กรสร้างระบบป้องกันหลายชั้น ตรวจสอบความปลอดภัยสม่ำเสมอ อัปเดตแพตช์ และอบรมพนักงาน รวมถึงแนะนำผู้ใช้ทั่วไปเปิดใช้งานยืนยันตัวตนหลายปัจจัย ระวังลิงก์และไฟล์แนบแปลก และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น
ธนาคารกลางจีนร่วมกับกระทรวงความมั่นคง สำนักอินเทอร์เน็ตกลาง และอีก 13 หน่วยงาน ประชุมวางแผนปราบปรามการซื้อขายและเก็งกำไรคริปโต โดยระบุว่ากิจกรรมเหล่านี้เสี่ยงก่ออาชญากรรม เช่น ระดมทุนผิดกฎหมาย การพนัน และรบกวนเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงิน
ที่ประชุมสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ประสานงานเข้มข้นขึ้น ปรับปรุงนโยบายและกฎหมาย มุ่งเน้นตรวจสอบข้อมูลและเงินทุน เสริมการแชร์ข้อมูล ยกระดับความสามารถในการตรวจจับ และลงโทษอย่างเด็ดขาด
นักวิเคราะห์มองว่า การขยายขอบเขตการทำงานสะท้อนถึงการยกระดับการกำกับดูแลคริปโตของจีน จากการประสานงานเฉพาะทางเป็นการบริหารเชิงระบบ การเข้ามามีบทบาทของสำนักการเงินกลางจะขับเคลื่อนการกำกับจากระดับหน่วยงานสู่เชิงบูรณาการ
การเข้ามาเสริมของกรมกำกับการเงินแห่งชาติ หมายถึงการกำกับจะเปลี่ยนจากตรวจสอบเงินทุนพื้นฐาน สู่การระบุตัวและปราบปรามกิจกรรมการเงินผิดกฎหมายอย่างแม่นยำ ส่วนกระทรวงยุติธรรมจะขยายการกำกับจากเอกสารทางปกครองสู่การใช้กฎหมายที่มีน้ำหนักและเชื่อมโยงกระบวนการยุติธรรม
โดยสรุป มาตรการนี้จะพลิกโฉมระบบกำกับดูแลคริปโตของจีน สร้างความเข้มแข็งด้านกฎหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงิน
สำนักข่าวนิคเกอิรายงาน Sony Bank วางแผนออกเหรียญ Stablecoin ผูกดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2026 ที่อเมริกา โดยจะใช้จ่ายในเกมและคอนเทนต์อนิเมะในอีโคซิสเต็มของ Sony
การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของ Sony ในการเข้าสู่ Web3 และ Metaverse การออก Stablecoin จะเพิ่มช่องทางการชำระเงินใหม่ และทดลองโมเดลธุรกิจใหม่บนบล็อกเชน
นักวิเคราะห์ชี้ จุดประสงค์หลักเพื่อเติมสภาพคล่องสู่ระบบนิเวศของ Sony และใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนสร้างนวัตกรรมเช่นการชำระเงินข้ามพรมแดน ต่างจากบัตรเติมเงินเกม Stablecoin จะหมุนเวียนได้ทั้งในและนอกอีโคซิสเต็มของ Sony
นอกจากนี้ Stablecoin อาจเป็นประตูสู่ DeFi และบริการการเงินคริปโตอื่นๆ ของ Sony ในอนาคต เช่น การปล่อยกู้ การบริหารสินทรัพย์ ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นการกำกับดูแล Stablecoin ในสหรัฐฯ ยังเป็นความท้าทายสำคัญ Sony ต้องมั่นใจว่าเหรียญของตนสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
Bitcoin ร่วงหลุดระดับ 87,000 ดอลลาร์ในช่วงตลาดเอเชียวันที่ 1 ธันวาคม ต่ำสุดวันนั้นที่ 86,317 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์ชี้ปัจจัยกดดันหลักจากท่าทีสายเหยี่ยวของผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นและมาตรการปราบปรามคริปโตของจีน
ราคาล่วงลงพร้อมปริมาณการขายเพิ่มขึ้น เส้นค่าเฉลี่ยหลายเส้นถูกทะลุอย่างรวดเร็ว เกิดโครงสร้างขายออกรุนแรง เทรดเดอร์เร่งปิดสถานะ ทำให้เกิดการล้างโพซิชันต่อเนื่อง ตอกย้ำแรงขาย ข้อมูลระบุ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา Bitcoin ไหลออกจาก OTC Exchange กว่า 19,500 เหรียญ แสดงให้เห็นแรงกดดันด้านเงินทุน
นักวิเคราะห์ระบุว่า แนวรับ 88,600-89,000 ดอลลาร์จะเป็นจุดชี้ชะตาทิศทางขาขึ้น หากไม่ยืนได้ มีโอกาสร่วงลงถึง 87,000 ดอลลาร์หรือต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังแข็งแกร่ง รอบปรับฐานนี้อาจเป็นโอกาสสะสม
Ethereum ในวันที่ 1 ธันวาคมก็ไม่รอดถูกเทขาย ระหว่างวันร่วงกว่า 5% หลุด 2,900 ดอลลาร์ ขณะเดียวกันกลุ่ม DeFi ร่วงหนักสุดถึง 6.4% โดยบางโทเคนยอดนิยมเช่น Yearn ถูกแฮ็ก สูญเงินราว 3 ล้านดอลลาร์
นักวิเคราะห์ชี้ Ethereum ยังแกว่งตัวรอบ 3,000 ดอลลาร์ ขาดแรงขับเคลื่อนขึ้น ปัจจัยหลักคือความไม่แน่ใจต่ออนาคต DeFi, NFT และแอปยอดนิยมอื่นๆ รวมทั้งไม่มีโครงสร้างเงินฝืดชัดเจนแบบ Bitcoin ทำให้ราคาขาดปัจจัยหนุน
อย่างไรก็ตาม อีโคซิสเต็ม Ethereum ยังเติบโตต่อเนื่อง มีศักยภาพสูงในบล็อกเชนที่โปรแกรมได้และ Web3 หากแอปพลิเคชันใหม่ๆ ทยอยเปิดตัว อาจกลับมาเป็นขาขึ้น นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าเทคโนโลยีและจับจังหวะลงทุนอย่างระมัดระวัง
ในขณะที่เหรียญหลักร่วง Altcoin กลับเคลื่อนไหวต่างกัน กลุ่ม AI และ GameFi วิ่งสวนตลาด เพิ่มขึ้น 6.84% และ 7.67% ตามลำดับ โดย SoSoValue(SOSO) และ MemeCore(M) ต่างพุ่ง 8.43% และ 7.15%
นักวิเคราะห์มองว่าความนิยมใน AI และ GameFi มาจากความเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาว AI คือคลื่นเทคโนโลยีถัดไป ส่วนเกมบล็อกเชนถูกคาดหวังจะเป็นศูนย์กลางความบันเทิงในยุค Metaverse
แต่ก็มีเสียงเตือนว่า การไล่ซื้ออาจเกินจริงและขาดปัจจัยพื้นฐาน ควรรอเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันสุกงอมก่อนลงทุนจริงจัง
โดยรวม วันที่ 1 ธันวาคม ตลาดคริปโตยังซบเซา เหรียญหลักถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง ดัชนีความกลัวและโลภ (Alternative) ลดเหลือ 24 เข้าสู่โซน “กลัวสุดขีด”
นักวิเคราะห์ชี้ สาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาค แม้เฟดอาจชะลอขึ้นดอกเบี้ยแต่เงินเฟ้อยังสูง สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยเสี่ยง นักลงทุนจึงรอดูทิศทางตลาดให้ชัดเจน
แต่ก็มีมุมมองบวกว่าตลาดกำลังปรับฐานลดเลเวอเรจ ซึ่งดีต่อสุขภาพระยะยาว กองทุนสถาบันทยอยเข้ามาเติมแรงขับเคลื่อนใหม่ นักลงทุนควรอดทนและรอจังหวะลงทุน
Sui คือบล็อกเชนเลเยอร์ 1 ใหม่ที่พัฒนาโดย Mysten Labs มุ่งเน้นประสิทธิภาพสูง ค่าธรรมเนียมต่ำสำหรับแอป Web3 ใช้ภาษา Move มีการขยายขีดความสามารถและความปลอดภัยสูง
ความเคลื่อนไหวล่าสุด: หลังพัฒนาและทดสอบยาวนาน Sui Mainnet เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 1 ธันวาคม 2025 นับเป็นบล็อกเชน Move สู่สาธารณชนเจ้าแรก รองรับ Smart Contract, NFT, DeFi พร้อมเครื่องมือ Sui Wallet, Sui Browser ให้ประสบการณ์ครบวงจร
ผลต่อวงการ: Sui ผลักดันระบบนิเวศ Move ดึงดูดนักพัฒนามากขึ้น เป็นประตูสู่โปรเจ็กต์ใหม่ๆ ด้วยประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ Sui จะเร่งการนำ Web3 สู่วงกว้าง และกระตุ้นการเชื่อมโยงกับบล็อกเชนอื่นๆ
เสียงสะท้อน: ผู้เชี่ยวชาญยกให้ Sui เป็นหมุดหมายสำคัญของ Move ทีม Sui เด่นทั้งด้านเทคโนโลยีและสร้างระบบนิเวศ แต่ยังต้องเติมเต็มระบบให้ดึงดูดโปรเจ็กต์และผู้ใช้คุณภาพ จึงจะนำ Move Ecosystem ทะยานได้จริง
Aptos คือบล็อกเชนเลเยอร์ 1 ใหม่โดยอดีตทีม Meta ใช้ภาษา Move ชูจุดเด่นประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย ขยายได้
ความเคลื่อนไหวล่าสุด: Liquidswap DEX แบบ AMM แรกของ Aptos เปิดใช้งานแล้ว พัฒนาโดย Aptos Foundation ใช้ภาษา Rust รองรับปริมาณธุรกรรมสูง ค่าธรรมเนียมต่ำ รองรับ Swap Token ในระบบและมี Liquidity Mining ด้วย
ผลต่อวงการ: Liquidswap เติมเต็มระบบ DeFi ของ Aptos ดึงสินทรัพย์และสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ ชูจุดเด่นค่าธรรมเนียมต่ำ ปริมาณธุรกรรมสูง ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้
เสียงสะท้อน: นักวิเคราะห์ชี้ Liquidswap สำคัญต่อ Aptos DeFi แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยและการตรวจสอบ เพราะเป็น AMM แรกของระบบ ระบบนิเวศยังต้องการโปรเจ็กต์คุณภาพมาเสริมศักยภาพบล็อกเชน
Gensyn คือบริษัทนวัตกรรมด้าน AI และบล็อกเชน ตั้งเป้าใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนา Blockchain
ความเคลื่อนไหวล่าสุด: Gensyn เปิดตัวแพลตฟอร์มพัฒนา Smart Contract ด้วย AI รวมโมเดลภาษาและเทคโนโลยีสร้างโค้ดอัตโนมัติ เพียงอธิบายฟังก์ชันที่ต้องการ ระบบจะสร้างโค้ด Solidity, Move ฯลฯ ให้ทันที
ผลต่อวงการ: แพลตฟอร์มนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพ ลดอุปสรรคนักพัฒนา จากเดิมต้องเชี่ยวชาญโค้ด Solidity ฯลฯ มาเป็นแค่บรรยายความต้องการก็เพียงพอ ดึงดูดคนเข้าสู่วงการมากขึ้น
เสียงสะท้อน: วงการต้อนรับ Gensyn เป็นการผสาน AI & Blockchain ที่น่าสนใจ แต่ยังห่วงเรื่องความปลอดภัยและความถูกต้องของโค้ดที่ AI สร้าง จำเป็นต้องพัฒนาต่อเนื่อง โดยรวมถือเป็นไอเดียใหม่ที่ควรจับตา
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 4 ปี 2025 เผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อรุนแรง ข้อมูลล่าสุดดัชนี Core PCE เดือนพฤศจิกายนพุ่ง 5.8% สูงกว่าคาดการณ์ 5.6% สะท้อนเงินเฟ้อแพร่หลายทั่วเศรษฐกิจ
เพื่อรับมือ เฟดประชุมธันวาคมตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยอีก 75 จุดพื้นฐาน ดันกรอบเป้าหมายดอกเบี้ยเป็น 4.25%-4.5% นับเป็นการขึ้นติดต่อกันครั้งที่ 7 สะท้อนความมุ่งมั่นสกัดเงินเฟ้อ
ตลาดตอบสนองหลากหลาย ฝั่งหนึ่งกังวลว่าขึ้นดอกเบี้ยแรงเกินไปจะทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ อีกฝั่งหนึ่งเห็นว่าต้องขึ้นอีกเพื่อควบคุมความคาดหวังเงินเฟ้อ
นักเศรษฐศาสตร์ของ Goldman Sachs เจน ฮาร์ทลีย์ กล่าวว่า “แม้ดอกเบี้ยสูงจะกระทบเศรษฐกิจ แต่หากคุมความคาดหวังเงินเฟ้อไม่ได้ ต้นทุนระยะยาวจะสูงกว่า เฟดต้องหาจุดสมดุลความเสี่ยง”
โดยรวม เศรษฐกิจสหรัฐฯ เผชิญความเสี่ยงเงินเฟ้อและถดถอยพร้อมกัน ทิศทางนโยบายเฟดจะเป็นตัวกำหนดเส้นทางเศรษฐกิจข้างหน้า
( 2. PMI ภาคการผลิตจีนกลับเข้าสู่โซนขยายตัว แนวโน้มฟื้นตัวดี
เศรษฐกิจจีนปลายปี 2025 มีสัญญาณฟื้นตัว ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ เดือนพฤศจิกายน PMI ภาคการผลิตอยู่ที่ 51.4% สูงกว่าค่าเดิม 49.2% กลับสู่โซนขยายตัว สะท้อนกิจกรรมภาคการผลิตฟื้นตัว เติมพลังเศรษฐกิจ
ดัชนีธุรกิจนอกภาคการผลิตเดือนเดียวกันอยู่ที่ 56.7% เพิ่มขึ้น 1.1 จุดจากเดือนก่อน แสดงบริการยังขยายตัวได้ดี มาจากการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
รัฐบาลจีนออกนโยบายกระตุ้นหลายด้าน เช่น เพิ่มงบโครงสร้างพื้นฐาน หนุนอุตสาหกรรมผลิต ขยายอุปสงค์ในประเทศ ซึ่งเริ่มเห็นผล
นักเศรษฐศาสตร์ Goldman Sachs เอเชีย จู ไฮปิน กล่าวว่า “เศรษฐกิจจีนอยู่ในช่วงฟื้นตัว คาด GDP ปี 2026 โต 5.5% แต่เศรษฐกิจโลกชะลอและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อาจกดดันการส่งออกและการลงทุน”
โดยสรุป เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวทั้งภาคผลิตและบริการ แต่ปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกยังต้องติดตาม
) 3. เงินเฟ้อยูโรโซนทำสถิติสูงสุดใหม่ ECB อาจขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง
เศรษฐกิจยูโรโซนปลายปี 2025 เผชิญเงินเฟ้อหนัก ข้อมูลเบื้องต้นจาก Eurostat เดือนพฤศจิกายน เงินเฟ้ออยู่ที่ 10.6% สูงกว่าตุลาคมที่ 10.5% ทำสถิติสูงสุดใหม่ ราคาพลังงานพุ่งเป็นปัจจัยหลัก
ECB ประชุมเดือนธันวาคมตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยอีก 50 จุดพื้นฐาน ดันอัตราดอกเบี้ยฝากเงินเป็น 2.5% นักนโยบายบางส่วนมองว่ายังขึ้นน้อยไป
กรรมการ ECB คริสติน ลาการ์ด แถลงว่า “เราต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยให้พอเหมาะเพื่อลดเงินเฟ้อ เงินเฟ้อสูงสร้างภาระต่อเศรษฐกิจและครัวเรือน”
ตลาดคาด ECB จะขึ้นดอกเบี้ยอีกหลายครั้งในปี 2026 เพื่อคุมเงินเฟ้อ แต่หากขึ้นแรงเกินไปอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว
นักเศรษฐศาสตร์ Deutsche Bank เดวิด ฟอกซ์ กล่าวว่า “ECB ต้องหาจุดสมดุลทั้งคุมเงินเฟ้อและไม่ให้เศรษฐกิจตกต่ำ เป็นโจทย์ที่ท้าทาย”
โดยรวม เงินเฟ้อเป็นความท้าทายหลักของยูโรโซน ทิศทางนโยบาย ECB จะชี้ทิศเงินเฟ้อและเศรษฐกิจข้างหน้า
ภูมิหลังนโยบาย: Gary Gensler ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ได้เรียกร้องหลายครั้งให้เข้มงวดกับการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโต ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการเงิน SEC มีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองนักลงทุนและรักษาความยุติธรรมในตลาด การขาดแคลนกรอบกำกับดูแลเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม
เนื้อหานโยบาย: Gensler ย้ำในสภาคองเกรสว่าตลาดคริปโตขาดมาตรการคุ้มครองนักลงทุนที่เพียงพอและเต็มไปด้วยความเสี่ยง เขาเรียกร้องให้รัฐสภาออกกฎหมายเพิ่มอำนาจกำกับดูแล SEC เพื่อให้ผู้ออกเหรียญและแพลตฟอร์มซื้อขายปฏิบัติตามกฎหมายหลักทรัพย์ที่มีอยู่ และแนะนำให้ Stablecoin อยู่ภายใต้การกำกับดูแลแบบธนาคารเพื่อป้องกันการใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย
ปฏิกิริยาตลาด: ถ้อยแถลงของ Gensler สร้างกระแสถกเถียงในตลาด บางบริษัทและนักลงทุนกังวลว่าการคุมเข้มจะสกัดนวัตกรรม ขณะที่บางฝ่ายเห็นว่าการกำกับดูแลที่เหมาะสมเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตระยะยาว ราคาคริปโตผันผวนหลังแถลงการณ์
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: Christopher Blanken ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายคริปโต เห็นว่าการเรียกร้องของ Gensler สะท้อนความกังวลของหน่วยงานกำกับดูแลต่อความเสี่ยงในตลาด กรอบกำกับดูแลที่เหมาะสมจะคุ้มครองนักลงทุนและสร้างความเชื่อมั่น แต่หากเข้มงวดเกินไปอาจขัดขวางนวัตกรรม จำเป็นต้องหาจุดสมดุลระหว่างการคุ้มครองกับการพัฒนา
( 2. FCA อังกฤษออกร่างขอความเห็นกรอบกำกับดูแลคริปโต
ภูมิหลังนโยบาย: FCA (Financial Conduct Authority) เป็นหน่วยงานหลักกำกับตลาดการเงินอังกฤษ ตลาดคริปโตเติบโตต่อเนื่อง การวางกรอบกำกับดูแลชัดเจนเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและเสถียรภาพจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน FCA เคยประกาศจะเพิ่มความเข้มงวดในการคุมคริปโตหลายครั้ง
เนื้อหานโยบาย: FCA เผยแพร่ร่างขอความเห็นเกี่ยวกับกรอบกำกับดูแลคริปโต 6 ธันวาคม วางหลักเกณฑ์เดียวกันสำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวกับคริปโต เช่น ป้องกันฟอกเงิน คุ้มครองผู้บริโภค ความยืดหยุ่นการดำเนินงาน และป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน กำหนดบังคับใช้ 1 มกราคม 2024
ปฏิกิริยาตลาด: บริษัทคริปโตในอังกฤษส่วนใหญ่ยินดีที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจน มองว่าจะสร้างความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม แต่บางบริษัทกังวลว่ากฎเข้มอาจเพิ่มต้นทุนการปฏิบัติตาม นักลงทุนคาดหวังว่ากรอบใหม่นี้จะเพิ่มความโปร่งใสและปลอดภัย
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: ซาร่า แอชเบิร์น ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายฟินเทค เห็นว่าร่างกรอบกำกับฯ สะท้อนนโยบาย “รับและควบคุม” ของรัฐบาลอังกฤษ กำกับที่เหมาะสมจะส่งเสริมคริปโตระยะยาว แต่รายละเอียดปลีกย่อยและการบังคับใช้ยังต้องปรับปรุง
) 3. MAS สิงคโปร์ออกร่างกฎหมายบริการชำระเงินด้วยโทเคนดิจิทัล
ภูมิหลังนโยบาย: MAS (Monetary Authority of Singapore) เป็นหน่วยงานกำกับการเงินหลักของสิงคโปร์ เพื่อรับมือกับการขยายตัวของบริการชำระเงินด้วยโทเคนดิจิทัล MAS จึงเตรียมวางกรอบกำกับเฉพาะเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของระบบ
เนื้อหานโยบาย: MAS เปิดร่างกฎหมาย “บริการชำระเงินด้วยโทเคนดิจิทัล” 6 ธันวาคม วางมาตรฐานเดียวกัน เช่น ข้อกำหนดใบอนุญาต ภาระหน้าที่ป้องกันฟอกเงิน การบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี รวมถึงบทลงโทษหากฝ่าฝืน คาดประกาศใช้จริงครึ่งแรกปี 2024
ปฏิกิริยาตลาด: บริษัทบริการชำระเงินสิงคโปร์ส่วนใหญ่เห็นด้วยว่ากรอบชัดเจนจะเอื้อต่อการเติบโตระยะยาว แต่บางรายกังวลว่ากฎเข้มจะเพิ่มต้นทุนและภาระการปฏิบัติตาม ลูกค้าคาดหวังความปลอดภัยเพิ่มขึ้น
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: ศาสตราจารย์เฉิน ซือหยิง จาก NUS เห็นว่าร่างกฎหมายนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลสิงคโปร์ในด้านกำกับดูแลดิจิทัลที่ทันสมัย กฎระเบียบที่เหมาะสมจะช่วยคงสถานะศูนย์กลางฟินเทค แต่หน่วยงานต้องสื่อสารกับภาคธุรกิจให้ดีเพื่อความเป็นไปได้ในการปฏิบัติจริง