ตามรายงานข่าวในตลาด เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นภายในประเทศและภาวะอุปทานตึงตัว รัฐบาลรัสเซียกำลังพิจารณาห้ามส่งออกน้ำมันเบนซินอย่างครอบคลุมตั้งแต่ 1 เมษายนเป็นต้นไป รองนายกรัฐมนตรีโนวัค (Alexander Novak) ยืนยันว่าได้มีการหารือกับบริษัทน้ำมันแล้ว
(ข้อมูลก่อนหน้า: ประธานรัฐสภาอิหร่านโต้กลับทรัมป์ “ข่าวปลอมบิดเบือนตลาดน้ำมัน”: ไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯ ประชาชนเรียกร้องลงโทษผู้รุกรานอย่างสาสม)
(ข้อมูลเพิ่มเติม: โกลด์แมนแซคส์เตือน “วิกฤตน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”: น้ำมันราคา $110 คือเพียงจุดตื่นตระหนก หรือเป็นรากฐานของภาวะปกติใหม่?)
ตลาดพลังงานโลกมีปัจจัยแปรผันเพิ่มอีกครั้ง จากการรายงานของสื่ออย่าง Reuters, TASS และ Interfax ฯลฯ รองนายกรัฐมนตรีรัสเซียโนวัค (Alexander Novak) เมื่อวันที่ 26 มีนาคมเปิดเผยว่า เพื่อเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศ รัสเซียอาจกลับมาบังคับใช้มาตรการห้ามส่งออกน้ำมันเบนซินอีกครั้ง และได้เรียกประชุมด่วนกับบรรดาบริษัทน้ำมันใหญ่ๆ ในวันที่ 27 เพื่อหารือมาตรการรับมือ
จากปัญหาการเดินเครื่องของโรงกลั่น ความต้องการตามฤดูกาลที่เพิ่มขึ้น และปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศที่ซ้อนทับกัน ทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในรัสเซียช่วงนี้ยังคงปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้านอุปทานกำลังเผชิญความตึงตัว มีรายงานว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน โดยจะใช้มาตรการห้ามส่งออกน้ำมันเบนซินกับผู้เข้าร่วมตลาดทั้งหมด รวมถึงผู้ผลิต เพื่อให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพตลาดภายในประเทศ
มีรายงานเพิ่มเติมว่า การหารือเกี่ยวกับมาตรการห้ามนี้ใกล้จะได้ข้อสรุปขั้นสุดท้ายแล้ว และระยะเวลาที่ใช้มีแนวโน้มสูงว่าจะยืดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม (สอดคล้องกับกำหนดเวลาของมาตรการห้ามส่งออกดีเซลที่เดิมมุ่งเฉพาะผู้ที่ไม่ใช่ผู้ผลิต)
แท้จริงแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัสเซียใช้มาตรการสุดโต่งลักษณะนี้ ระหว่างปี 2025 ถึง 2026 รัสเซียได้ใช้มาตรการห้ามส่งออกชั่วคราวหลายครั้งเพื่อควบคุมราคาน้ำมันภายในประเทศอย่างเข้มงวด นักวิเคราะห์กังวลว่า ในสถานการณ์ที่อุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกตึงตัวอยู่แล้วและสงครามในตะวันออกกลางยังคงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง หากรัสเซียในฐานะมหาอำนาจด้านพลังงานกลับมาลดการส่งออกอีกครั้ง ย่อมจะดันราคาน้ำมันในตลาดโลกให้สูงขึ้น และยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องรับมือกับแรงตีกลับของเงินเฟ้อ