Sharpe Ratio ถือเป็นตัวชี้วัดหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในโลกการลงทุนและการเงิน เพราะมันช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินได้ว่าหลักทรัพย์ใดให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ ไม่ว่าคุณเป็นมือใหม่หรือนักลงทุนประสบการณ์ การเข้าใจเกี่ยวกับสูตร Sharpe Ratio จะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สูตร Sharpe Ratio หมายถึงอะไร
Sharpe Ratio คือ “อัตราผลตอบแทนต่อหน่วยความเสี่ยง” มันเป็นตัวชี้วัดทางการเงินที่ช่วยให้คุณเห็นชัดเจนว่าการลงทุนในหลักทรัพย์นั้นคุ้มค่าหรือไม่ เมื่อเทียบให้สม่ำเสมอในเรื่องความเสี่ยง
กองทุนรวม A ให้ผลตอบแทน 20% ต่อปี มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 20%
กองทุนรวม B ให้ผลตอบแทน 10% ต่อปี มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 10%
เมื่อมองแค่ผลตอบแทนคนส่วนใหญ่จะเลือกกองทุนรวม A ทันที เพราะให้ผลตอบแทนสูงเป็นสองเท่า แต่เมื่อใช้สูตร Sharpe Ratio วิเคราะห์ (สมมติผลตอบแทนปราศจากความเสี่ยงเท่ากับ 5%):
Sharpe ratio ของกองทุนรวม A = (20% - 5%) / 20% = 0.75
Sharpe ratio ของกองทุนรวม B = (10% - 5%) / 10% = 0.5
ผลที่ได้คือ Sharpe Ratio ของกองทุนรวม A อยู่ที่ 0.75 ซึ่งสูงกว่ากองทุนรวม B ที่อยู่ที่ 0.5 นี่หมายความว่า กองทุนรวม A ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ทั้งรับความเสี่ยงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ค่า Sharpe Ratio ที่ดี และความหมายของมัน
โดยทั่วไป Sharpe Ratio ที่ดีควรมีค่ามากกว่า 1 ซึ่งบ่งบอกว่าหลักทรัพย์นั้นสามารถสร้างผลตอบแทนพิเศษได้มากกว่าความเสี่ยงที่คุณรับไป
การใช้สูตร Sharpe Ratio ช่วยให้ทำการวิเคราะห์ได้ตรงประเด็นมากขึ้น ตัวชี้วัดนี้บอกให้คุณทราบว่า “เมื่อคุณรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหนึ่งหน่วย คุณจะได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเท่าไร” ค่ายิ่งสูง ความคุ้มค่าในการลงทุนก็ยิ่งดี
Sharpe Ratio ช่วยให้คุณเปรียบเทียบหลักทรัพย์ต่าง ๆ ได้อย่างยุติธรรม เพราะมันพิจารณาทั้งผลตอบแทนและความเสี่ยง ไม่ว่ากองทุนหรือหลักทรัพย์จะมีลักษณะแตกต่างกันแค่ไหน
วัดความชำนาญของผู้จัดการกองทุน
Sharpe Ratio ช่วยให้ประเมินได้ว่าผู้จัดการกองทุนนั้นสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นได้หรือไม่ โดยพิจารณาจากความสามารถในการบริหารความเสี่ยง
ช่วยเลือกหลักทรัพย์ที่เหมาะสมกับตัวเอง
ค่า Sharpe Ratio ทำให้คุณสามารถเลือกกองทุนหรือหลักทรัพย์ที่เข้ากับโปรไฟล์ความเสี่ยงของคุณได้ หากคุณเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้สูง Sharpe Ratio ที่สูงอาจเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณรับความเสี่ยงได้ต่ำ ควรมองหาค่า Sharpe Ratio ที่อยู่ในระดับปานกลาง
ข้อควรระวังและข้อจำกัดของ Sharpe Ratio
ผลการดำเนินงานในอดีตอาจไม่สะท้อนอนาคต
ค่า Sharpe Ratio ที่คำนวณจากข้อมูลในอดีตนั้นเป็นเพียงตัวเบาะแนวเท่านั้น อนาคตอาจแตกต่างไปจากที่คาดการณ์ได้ ดังนั้น ควรติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
หลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมักแสดง Sharpe Ratio ที่สูงด้วย แต่นี่ไม่ได้มีความหมายว่าเหมาะสำหรับทุกคน นักลงทุนที่มีความสามารถรับความเสี่ยงต่ำควรมองไปยังตัวเลือกอื่นที่มีความเสี่ยงปานกลาง
บทสรุป: สูตร Sharpe Ratio เป็นเครื่องมือสำคัญในการลงทุน
Sharpe Ratio คือ ตัวชี้วัดทางการเงินที่ช่วยให้คุณเห็นชัดว่าหลักทรัพย์นั้นให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ต้องรับหรือไม่ การเข้าใจและการใช้สูตร Sharpe Ratio อย่างถูกต้องจะทำให้การตัดสินใจลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพและคุณสามารถเลือกหลักทรัพย์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายและโปรไฟล์ความเสี่ยงของคุณได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรพึ่งพิ Sharpe Ratio เพียงอย่างเดียว ควรรวมเอาปัจจัยอื่น ๆ มาพิจารณาประกอบด้วย เพื่อให้การตัดสินใจลงทุนของคุณมีความสมดุลและตรงกับสถานการณ์ของคุณมากที่สุด
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
สูตร Sharpe Ratio: เครื่องมือสำคัญในการประเมินผลการลงทุน
Sharpe Ratio ถือเป็นตัวชี้วัดหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในโลกการลงทุนและการเงิน เพราะมันช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินได้ว่าหลักทรัพย์ใดให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ ไม่ว่าคุณเป็นมือใหม่หรือนักลงทุนประสบการณ์ การเข้าใจเกี่ยวกับสูตร Sharpe Ratio จะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สูตร Sharpe Ratio หมายถึงอะไร
Sharpe Ratio คือ “อัตราผลตอบแทนต่อหน่วยความเสี่ยง” มันเป็นตัวชี้วัดทางการเงินที่ช่วยให้คุณเห็นชัดเจนว่าการลงทุนในหลักทรัพย์นั้นคุ้มค่าหรือไม่ เมื่อเทียบให้สม่ำเสมอในเรื่องความเสี่ยง
เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ ลองเปรียบเทียบกับการซื้อสินค้า เมื่อคุณต้องการซื้อสินค้าในราคาที่คุ้มค่าที่สุด คุณต้องหารราคาด้วยจำนวนหน่วยสินค้าเพื่อเทียบกัน การประเมินการลงทุนก็เช่นเดียวกัน คุณต้องเปรียบเทียบผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยง โดยควรจำกัดการเปรียบเทียบให้อยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน เช่น เปรียบเทียบกองทุนรวมกับกองทุนรวม หรือหุ้นขนาดใหญ่กับหุ้นขนาดใหญ่เท่านั้น
สูตรการคำนวณ Sharpe Ratio และการอธิบาย
ความสำคัญของสูตรนี้อยู่ที่การทำให้เห็นชัดว่าการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงนั้นสมควรหรือไม่ สูตรพื้นฐานคือ:
Sharpe ratio = (ผลตอบแทน - ผลตอบแทนปราศจากความเสี่ยง) / ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
องค์ประกอบของสูตร Sharpe Ratio ประกอบด้วย:
ตัวอย่างการใช้สูตร Sharpe Ratio ในการตัดสินใจลงทุน
ลองมาดูตัวอย่างการปฏิบัติจริง สมมติว่าคุณกำลังพิจารณาระหว่างกองทุนรวมสองกองทุน:
เมื่อมองแค่ผลตอบแทนคนส่วนใหญ่จะเลือกกองทุนรวม A ทันที เพราะให้ผลตอบแทนสูงเป็นสองเท่า แต่เมื่อใช้สูตร Sharpe Ratio วิเคราะห์ (สมมติผลตอบแทนปราศจากความเสี่ยงเท่ากับ 5%):
Sharpe ratio ของกองทุนรวม A = (20% - 5%) / 20% = 0.75
Sharpe ratio ของกองทุนรวม B = (10% - 5%) / 10% = 0.5
ผลที่ได้คือ Sharpe Ratio ของกองทุนรวม A อยู่ที่ 0.75 ซึ่งสูงกว่ากองทุนรวม B ที่อยู่ที่ 0.5 นี่หมายความว่า กองทุนรวม A ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ทั้งรับความเสี่ยงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ค่า Sharpe Ratio ที่ดี และความหมายของมัน
โดยทั่วไป Sharpe Ratio ที่ดีควรมีค่ามากกว่า 1 ซึ่งบ่งบอกว่าหลักทรัพย์นั้นสามารถสร้างผลตอบแทนพิเศษได้มากกว่าความเสี่ยงที่คุณรับไป
การใช้สูตร Sharpe Ratio ช่วยให้ทำการวิเคราะห์ได้ตรงประเด็นมากขึ้น ตัวชี้วัดนี้บอกให้คุณทราบว่า “เมื่อคุณรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหนึ่งหน่วย คุณจะได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเท่าไร” ค่ายิ่งสูง ความคุ้มค่าในการลงทุนก็ยิ่งดี
อย่างไรก็ตาม สำคัญที่สุดคือ Sharpe Ratio เป็นเพียงตัวชี้วัดหนึ่งเท่านั้น ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณา เช่น ความสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนของคุณ ระยะเวลาการลงทุน และความสามารถในการรับความเสี่ยง
วิธีการหา Sharpe Ratio สำหรับหลักทรัพย์ของคุณ
ค่า Sharpe Ratio สามารถที่จะหาได้สองวิธี:
วิธีที่หนึ่ง: ดูจากเว็บไซต์ทางการ เว็บไซต์ของผู้ให้บริการกองทุนรวมหรือบริษัทหลักทรัพย์มักจะแสดงค่า Sharpe Ratio ไว้ในส่วนข้อมูลผลการดำเนินงานของกองทุนหรือหลักทรัพย์ คุณสามารถเข้าไปดูได้โดยตรง
วิธีที่สอง: คำนวณเอง ด้วยการใช้ข้อมูลผลตอบแทน อัตราปราศจากความเสี่ยง และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แล้วนำไปใส่ในสูตร Sharpe Ratio ตามที่อธิบายข้างต้น คุณสามารถทำการคำนวณด้วยตัวเองโดยใช้ Excel หรือเครื่องมือการวิเคราะห์อื่น ๆ
ประโยชน์ของการนำสูตร Sharpe Ratio มาใช้
เปรียบเทียบผลการดำเนินงานอย่างเป็นมาตรฐาน
Sharpe Ratio ช่วยให้คุณเปรียบเทียบหลักทรัพย์ต่าง ๆ ได้อย่างยุติธรรม เพราะมันพิจารณาทั้งผลตอบแทนและความเสี่ยง ไม่ว่ากองทุนหรือหลักทรัพย์จะมีลักษณะแตกต่างกันแค่ไหน
วัดความชำนาญของผู้จัดการกองทุน
Sharpe Ratio ช่วยให้ประเมินได้ว่าผู้จัดการกองทุนนั้นสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นได้หรือไม่ โดยพิจารณาจากความสามารถในการบริหารความเสี่ยง
ช่วยเลือกหลักทรัพย์ที่เหมาะสมกับตัวเอง
ค่า Sharpe Ratio ทำให้คุณสามารถเลือกกองทุนหรือหลักทรัพย์ที่เข้ากับโปรไฟล์ความเสี่ยงของคุณได้ หากคุณเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้สูง Sharpe Ratio ที่สูงอาจเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณรับความเสี่ยงได้ต่ำ ควรมองหาค่า Sharpe Ratio ที่อยู่ในระดับปานกลาง
ข้อควรระวังและข้อจำกัดของ Sharpe Ratio
ผลการดำเนินงานในอดีตอาจไม่สะท้อนอนาคต
ค่า Sharpe Ratio ที่คำนวณจากข้อมูลในอดีตนั้นเป็นเพียงตัวเบาะแนวเท่านั้น อนาคตอาจแตกต่างไปจากที่คาดการณ์ได้ ดังนั้น ควรติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
ไม่วัดความเสี่ยงทั้งหมด
Sharpe Ratio ใช้ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในการวัดความเสี่ยง แต่นี่คือการวัดความผันผวนเท่านั้น มีความเสี่ยงด้านอื่น ๆ ที่หลักทรัพย์อาจเผชิญ เช่น ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านการบริหาร หรือความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจโลก
อาจไม่เหมาะสำหรับความเสี่ยงระดับสูงมาก
หลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมักแสดง Sharpe Ratio ที่สูงด้วย แต่นี่ไม่ได้มีความหมายว่าเหมาะสำหรับทุกคน นักลงทุนที่มีความสามารถรับความเสี่ยงต่ำควรมองไปยังตัวเลือกอื่นที่มีความเสี่ยงปานกลาง
บทสรุป: สูตร Sharpe Ratio เป็นเครื่องมือสำคัญในการลงทุน
Sharpe Ratio คือ ตัวชี้วัดทางการเงินที่ช่วยให้คุณเห็นชัดว่าหลักทรัพย์นั้นให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ต้องรับหรือไม่ การเข้าใจและการใช้สูตร Sharpe Ratio อย่างถูกต้องจะทำให้การตัดสินใจลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพและคุณสามารถเลือกหลักทรัพย์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายและโปรไฟล์ความเสี่ยงของคุณได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรพึ่งพิ Sharpe Ratio เพียงอย่างเดียว ควรรวมเอาปัจจัยอื่น ๆ มาพิจารณาประกอบด้วย เพื่อให้การตัดสินใจลงทุนของคุณมีความสมดุลและตรงกับสถานการณ์ของคุณมากที่สุด