การจ่ายปันผลที่ต่อเนื่อง เนื่องจากรายได้มั่นคง บริษัทโรงไฟฟ้าจึงสามารถจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ passive income จากพอร์ตลงทุน
การสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ ภาคพลังงานได้รับความสำคัญจากรัฐบาลผ่านแผน PDP (Power Development Plan) และ AEDP (Alternative Energy Development Plan) ซึ่งกำหนดทิศทางการผลิตไฟฟ้าในระยะยาว
บีซีพีจี (BCPG) มุ่งเน้นการเติบโตผ่านการลงทุนอย่างมีวินัยและชาญฉลาดในโครงการพลังงานสะอาด ต่อยอดความเชี่ยวชาญจากกลุ่มบริษัทแม่และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ บริษัทขยายสู่ Energy as a Service (EaaS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
มูลค่าตลาด: 24.12 พันล้านบาท
P/E Ratio: 81.5x
PEG: -0.96
ราคาปิดล่าสุด: 8.05 บาท
เปลี่ยนแปลงรายวัน: +3.9%
EA - พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีใหม่
พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ดำเนินงานภายใต้ปรัชญา “Energy for The Future” โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนาพลังงานสะอาด ตั้งแต่พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน ไปจนถึงแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า บริษัทได้ลงทุนในการสร้างสถานีชาร์จ รถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ และเรือไฟฟ้า
นักลงทุนที่มองหา passive income สม่ำเสมอ และต้องการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตลงทุนจึงควรพิจารณาเพิ่มหุ้นโรงไฟฟ้าเข้าไปในการถือครองของตน ขณะเดียวกัน การติดตามแนวโน้มพลังงานสะอาด และความเคลื่อนไหวของนโยบายพลังงานของรัฐบาลจะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนมีความชาญฉลาดขึ้น
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
2026 ปีอันฟ้อมไปด้วยโอกาส สำหรับหุ้นโรงไฟฟ้าชั้นนำไทย
หุ้นโรงไฟฟ้านับเป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ค้นหาความสมดุลระหว่างผลประกอบการและความมั่นคง ในช่วงปีที่ผ่านมา หลักทรัพย์กลุ่มนี้ได้ความนิยมอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนทั้งใหม่และเก่า เนื่องจากพลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นต่อเนื่องในทุกแง่มุมของชีวิตและเศรษฐกิจ
ทำไมหุ้นโรงไฟฟ้าจึงกลายเป็นทางออกสำหรับนักลงทุนป้องกันความเสี่ยง
ไม่ว่าตลาดจะอยู่ในภาวะดีหรือสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าก็เป็นอิสระจากวัฏจักรเศรษฐกิจ นี่เองคือเหตุผลที่หุ้นโรงไฟฟ้า ถูกมองว่าเป็น Defensive Stocks หรือหุ้นป้องกัน ซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้
รายได้ที่เสถียรและคาดการณ์ได้ ธุรกิจผลิตไฟฟ้ามีรายได้ประจำจากการขายไฟฟ้าตามสัญญาระยะยาว ทำให้กระแสเงินสดมีความเสถียรสูง และผลประกอบการก็มีแนวโน้มขยับตัวได้อย่างสม่ำเสมอ
การจ่ายปันผลที่ต่อเนื่อง เนื่องจากรายได้มั่นคง บริษัทโรงไฟฟ้าจึงสามารถจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ passive income จากพอร์ตลงทุน
การสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ ภาคพลังงานได้รับความสำคัญจากรัฐบาลผ่านแผน PDP (Power Development Plan) และ AEDP (Alternative Energy Development Plan) ซึ่งกำหนดทิศทางการผลิตไฟฟ้าในระยะยาว
แนวโน้มเปลี่ยนไปสู่พลังงานสะอาด โลกกำลังเปลี่ยนไปสู่พลังงานสีเขียว บริษัทโรงไฟฟ้าที่ลงทุนในพลังงานหมุนเวียนจึงมีโอกาสเติบโตในอนาคต และสอดคล้องกับแนวทาง ESG ที่นักลงทุนสถาบันให้ความสำคัญมากขึ้น
ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจโรงไฟฟ้าและโครงสร้างรายได้
ก่อนตัดสินใจลงทุนในหุ้นโรงไฟฟ้า ควรทำความเข้าใจพื้นฐานของธุรกิจนี้ให้ชัดเจน
ระบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้า บริษัทโรงไฟฟ้าจะเข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement: PPA) กับหน่วยงานรัฐ โดยทั่วไป มีระยะเวลาตั้งแต่ 10 ถึง 25 ปีขึ้นไป สัญญาเหล่านี้กำหนดอัตราราคาไฟฟ้าและปริมาณการจ่าย ทำให้รายได้เป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ง่าย
การจำแนกตามขนาดกำลังการผลิต บริษัทโรงไฟฟ้าสามารถแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม:
ประเภทของพลังงาน บริษัทโรงไฟฟ้าใช้แหล่งเชื้อเพลิงต่างๆ เช่น:
แปดบริษัทโรงไฟฟ้าชั้นนำที่สมควรอยู่ในพอร์ตลงทุนของคุณ
ตลาดหุ้นไทยมีบริษัทโรงไฟฟ้าชั้นนำจำนวนหนึ่งที่มีรายได้มั่นคงและกำลังการผลิตขนาดใหญ่ ด้านล่างนี้คือตารางเปรียบเทียบหุ้นโรงไฟฟ้าที่ควรติดตามในปี 2026
ข้อมูลอัปเดตจาก Investing.com ประจำปี 2026
GULF - ผู้นำด้านพลังงานแบบครบวงจร
กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี (GULF) นับเป็นบริษัทผู้ผลิตพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในไทยในแง่มุมของมูลค่าตลาด บริษัทนี้มีกิจการครอบคลุมไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ พลังงานหมุนเวียน และพลังงานน้ำ ตลอดจนสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในตลาดพลังงาน และการมีส่วนร่วมในโครงการสังคมกว่า 100 โครงการนั้นสะท้อนถึงความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืน
GPSC - นวัตกรรมและความยั่งยืนในมาตรฐานสากล
โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ถูกรู้จักในฐานะบริษัทที่นำร่องด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน เลือกกลยุทธ์ 4S ในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการผลิตและจัดจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และสาธารณูปโภคอื่นๆ ด้วยประสิทธิภาพสูงและเสถียรภาพในระดับสากล
RATCH - ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่
ราช กรุ๊ป (RATCH) เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของไทย และมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก บริษัทก่อตั้งมาตั้งแต่พ.ศ. 2543 ด้วยทุนเริ่มต้น 14,500 ล้านบาท และได้เพิ่มเป็น 21,749.99 ล้านบาทในปี 2565 สิ่งที่น่าสนใจคือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ถือหุ้นประมาณ 45% ซึ่งสะท้อนถึงการสนับสนุนจากรัฐ
EGCO - ผู้ลงทุนพลังงานระดับสากล
เอ็กโก กรุ๊ป (EGCO) เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายแรกของไทยและได้พัฒนาตัวเองให้เป็นผู้ลงทุนด้านพลังงานระดับสากล ครอบคลุมถึง เอเชีย-แปซิฟิก และอเมริกาเหนือ บริษัทใช้แหล่งเชื้อเพลิงหลากหลาย ทั้งฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน โดยมุ่งเน้นความมั่นคงด้านพลังงาน การลดคาร์บอน และธรรมาภิบาล
BGRIM - พลังงานความร้อนร่วมและหมุนเวียน
บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) เน้นการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าความร้อนร่วมและพลังงานหมุนเวียน ปัจจุบันบริษัทได้ขยายธุรกิจไปยังสาขาใหม่ เช่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ อสังหาริมทรัพย์ และเทคโนโลยีดิจิตอล ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและสร้างรายได้เพิ่มเติม
BANPU - พลังงานระดับสากลกว่า 40 โครงการ
บ้านปู เพาเวอร์ (BANPU) ผลิตและจัดจำหน่ายไฟฟ้าในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก ด้วยอีกกว่า 40 โครงการในแปดประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ความหลากหลายของพอร์ตลงทุนนี้ช่วยให้บริษัทมีความเสถียรสูง
BCPG - ผู้นำด้านพลังงานสะอาด
บีซีพีจี (BCPG) มุ่งเน้นการเติบโตผ่านการลงทุนอย่างมีวินัยและชาญฉลาดในโครงการพลังงานสะอาด ต่อยอดความเชี่ยวชาญจากกลุ่มบริษัทแม่และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ บริษัทขยายสู่ Energy as a Service (EaaS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
EA - พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีใหม่
พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ดำเนินงานภายใต้ปรัชญา “Energy for The Future” โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนาพลังงานสะอาด ตั้งแต่พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน ไปจนถึงแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า บริษัทได้ลงทุนในการสร้างสถานีชาร์จ รถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ และเรือไฟฟ้า
เปรียบเทียบหุ้นโรงไฟฟ้าและค้นหาตัวเลือกที่เหมาะสม
เมื่อต้องการเลือกหุ้นโรงไฟฟ้าที่เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุน ควรพิจารณาปัจจัยหลายด้าน:
การวิเคราะห์ P/E Ratio ต้องเปรียบเทียบกับอัตราการเติบโตของบริษัท บริษัทที่มี P/E ต่ำแต่มี PEG ต่ำก็หมายถึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ตัวอย่างเช่น GULF มี P/E อยู่ที่ 8.4x-32.1x และ PEG ที่ 0.04 แสดงให้เห็นถึงมูลค่าที่ดี
สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะเวลาและอัตราราคาในสัญญามีผลต่อเสถียรภาพรายได้ของบริษัท ควรศึกษาข้อมูลนี้อย่างละเอียด
การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน บริษัทที่มีส่วนแบ่งสูงในพลังงานสะอาดจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มระดับโลก และการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล เช่น BCPG และ EA
ความหลากหลายของพอร์ตพลังงาน บริษัทที่มีแหล่งเชื้อเพลิงหลากหลายมีความเสี่ยงต่ำกว่า GULF, RATCH และ BANPU เป็นตัวอย่างของบริษัทที่มีความหลากหลายสูง
วิธีการเริ่มต้นลงทุนในหุ้นโรงไฟฟ้า
มีสองวิธีหลักในการซื้อขายหุ้นโรงไฟฟ้า:
ผ่านโบรกเกอร์หุ้นไทยโดยตรง
สำหรับหุ้นโรงไฟฟ้าที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย เช่น GULF, BGRIM, GPSC ให้เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์หุ้นเช่น บลจ.หลักทรัพย์บัวหลวง บลจ.หลักทรัพย์กสิกรไทย หรือ บลจ.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง
ขั้นต่ำในการซื้อคือ 100 หุ้น ตัวอย่างเช่น ซื้อ GULF 100 หุ้น ในราคา 54 บาทต่อหุ้น จะต้องมีเงิน 5,400 บาท หากราคาขยับเป็น 60 บาท จะได้กำไร 600 บาท
โปรแกรมเทรดยอดนิยม ได้แก่ STREAMINGPRO และ ASPEN ซึ่งมีวิเคราะห์ข้อมูลและเครื่องมือการเทรดที่ครบครัน
ผ่าน CFD (Contract for Difference)
อีกทางเลือกหนึ่งคือการซื้อขายหุ้นในรูปแบบ CFD ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ ข้อดีของการเทรด CFD ประกอบด้วย:
ตัวอย่างโบรกเกอร์ที่มีบริการนี้ คือ MiTrade ซึ่งสามารถเทรดได้ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ด้วยขั้นต่ำเพียง $50 และเปิดบัญชีใน 3 นาที พร้อมโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์ คอมฯ 0 และสเปรดต่ำ
บทสรุป: หุ้นโรงไฟฟ้าสำหรับพอร์ตที่มีสมดุล
จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้างต้น เห็นได้ชัดว่าหุ้นโรงไฟฟ้าถูกมองว่าเป็น Defensive Stocks หรือหุ้นป้องกันที่มีคุณค่าต่อนักลงทุน ความเป็นจำเป็นของพลังงานไฟฟ้าในทั้งภาคการผลิตและครัวเรือนทำให้สัญญาจ่ายไฟฟ้ามีเสถียรภาพสูง ผลประกอบการที่ต่อเนื่อง และการจ่ายปันผลที่มั่นคง
นักลงทุนที่มองหา passive income สม่ำเสมอ และต้องการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตลงทุนจึงควรพิจารณาเพิ่มหุ้นโรงไฟฟ้าเข้าไปในการถือครองของตน ขณะเดียวกัน การติดตามแนวโน้มพลังงานสะอาด และความเคลื่อนไหวของนโยบายพลังงานของรัฐบาลจะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนมีความชาญฉลาดขึ้น